บทความทั้งหมด

ขั้นตอนการขายฝาก ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนถึงไถ่ถอน

22/10/2026 อรรถพล
ขั้นตอนการขายฝาก ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนถึงไถ่ถอน

การขายฝากอสังหาริมทรัพย์มีผลให้กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที โดยผู้ขายฝากสงวนสิทธิไถ่คืนภายในกำหนด การดำเนินการจึงต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนลงนามจนถึงการจดทะเบียนไถ่ถอน ไม่ควรรอแก้ปัญหาเมื่อใกล้ครบกำหนด.[1][2]

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจทรัพย์และสถานะคู่สัญญา

ตรวจโฉนดหรือหนังสือแสดงสิทธิ ชื่อเจ้าของ เนื้อที่ ตำแหน่ง ภาระจำนอง อายัด สิทธิบุคคลอื่น และความยินยอมของคู่สมรสถ้าจำเป็น พร้อมตรวจว่าทรัพย์เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาหรือไม่ เพราะมีผลต่อการใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนฯ.[1]

ขั้นตอนที่ 2 ประเมินราคาและวางแผนไถ่

ตกลงราคาขายฝาก จำนวนสินไถ่ วันครบกำหนด และค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน พร้อมทำตารางกระแสเงินสดว่าจะนำเงินจากไหนมาไถ่และต้องเริ่มเตรียมเมื่อใด สำหรับกรณีภายใต้กฎหมายพิเศษ สินไถ่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี และกำหนดเวลาไถ่ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี.[1]

ขั้นตอนที่ 3 จัดทำสัญญาให้ครบถ้วน

สัญญาควรระบุอย่างน้อย:

  • ชื่อและที่อยู่คู่สัญญา
  • รายละเอียดทรัพย์
  • ราคาขายฝาก
  • จำนวนสินไถ่
  • วันที่ขายฝากและวันที่ครบกำหนดไถ่
  • วิธีและสถานที่ชำระสินไถ่
  • ข้อตกลงเรื่องการครอบครอง การใช้ประโยชน์ และค่าใช้จ่าย

ข้อตกลงนอกสัญญาที่ขัดกับกฎหมายพิเศษไม่มีผลบังคับ จึงไม่ควรอาศัยคำรับรองปากเปล่า.[1]

ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ คู่สัญญาควรตรวจชื่อ รายละเอียดทรัพย์ ยอดเงิน วันครบกำหนด และข้อความทุกหน้าก่อนลงลายมือชื่อ พร้อมรับสัญญาและหลักฐานกลับมาเก็บรักษา.[1][2]

ขั้นตอนที่ 5 ติดตามกำหนดเวลาอย่างเป็นระบบ

หลังจดทะเบียนควรบันทึกวันครบกำหนดในปฏิทิน ตั้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน 3 เดือน 1 เดือน และ 7 วัน เก็บหลักฐานการติดต่อและหนังสือทุกฉบับ สำหรับกรณีที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนฯ ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่มากกว่า 6 เดือน พร้อมแจ้งกำหนดและจำนวนสินไถ่ รวมทั้งแนบสำเนาสัญญา.[1]

ขั้นตอนที่ 6 ไถ่ก่อนกำหนด ขยายเวลา หรือเตรียมวางทรัพย์

ผู้ขายฝากตามกฎหมายพิเศษสามารถไถ่ก่อนครบกำหนดได้ หากต้องการขยายเวลา ให้ตกลงเป็นหนังสือและนำไปจดทะเบียน โดยระยะเวลารวมต้องไม่เกิน 10 ปี อย่าพึ่งพาการตกลงด้วยวาจา.[1][2]

หากพร้อมไถ่แต่ติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้ ผู้ซื้อฝากหลีกเลี่ยง หรือไม่ยอมรับสินไถ่ ผู้ขายฝากอาจวางทรัพย์โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ ณ สถานที่ที่กฎหมายกำหนดเพื่อรักษาสิทธิ ต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาที่ใช้กับกรณีนั้นและเก็บหลักฐานการวางทรัพย์ไว้.[1][2]

ขั้นตอนที่ 7 จดทะเบียนไถ่ถอน

การใช้สิทธิไถ่กับการจดทะเบียนไถ่ถอนเป็นคนละขั้นตอน เมื่อชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์โดยชอบแล้ว ควรนำหลักฐานไปจดทะเบียนไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดินโดยเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงจากการปล่อยทะเบียนค้างไว้.[1][2]

สรุปข้อกฎหมายสำคัญ

  • ขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์พร้อมสิทธิไถ่ ไม่ใช่การจำนอง
  • อสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน
  • กฎหมายพิเศษคุ้มครองบุคคลธรรมดาที่ขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย
  • กำหนดเวลาไถ่ตามกฎหมายพิเศษอยู่ระหว่าง 1–10 ปี และไถ่ก่อนกำหนดได้
  • ผลตอบแทนในรูปสินไถ่และประโยชน์ที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณารวมกัน
  • หากผู้ซื้อฝากไม่แจ้งครบตามมาตรา 17 ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • การวางทรัพย์เป็นกลไกรักษาสิทธิเมื่อไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ได้โดยมิใช่ความผิดของผู้ขายฝาก.[1]

อ่านต่อ: สรุปข้อกฎหมายการขายฝาก

ปรึกษา การขายฝาก  หาผู้รับขายฝาก ติดต่อ คุณเล็ก 084-247-9699

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ควรตรวจสอบเอกสารและกฎหมายที่ใช้บังคับกับผู้เชี่ยวชาญหรือสำนักงานที่ดินก่อนทำธุรกรรม

Sources

[1] https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17076732.pdf

[2] https://www.dol.go.th/media/716929789247754240/news_migration/2024/09/42299-2024-09-10.pdf